ความน่าเศร้าอยู่ตรงที่ ‘รัฐบาล’ กลับมิได้รู้สึกรู้สาแต่อย่างใด

ความน่าเศร้าอยู่ตรงที่ ‘รัฐบาล’ กลับมิได้รู้สึกรู้สาแต่อย่างใด

09.00 INDEX ปฏิกิริยาต่อระเบิด ซอยกิ่งแก้ว ปฏิกิริยาต่อปมปัญหา จากวัคซีน
09.00 INDEX ปฏิกิริยาต่อระเบิด ซอยกิ่งแก้ว ปฏิกิริยาต่อปมปัญหา จากวัคซีน (matichon.co.th)

ปฏิกิริยาต่อระเบิด ซอยกิ่งแก้ว ปฏิกิริยาต่อปมปัญหา จากวัคซีน

ไม่ว่าผลสะเทือนอันเนื่องแต่การระเบิดเกิดขึ้น ณ โรงงานผลิตพลาสติกที่ซอยกิ่งแก้ว สมุทรปราการ ไม่ว่าผลสะเทือนอันเนื่องแต่ความไม่พอใจของหมอไม่ทนและประชาชนเกี่ยวกับวัคซีน

เด่นชัดอย่างยิ่งว่าเป้าหมายอยู่ที่ ‘รัฐบาล’ เด่นชัดอย่างยิ่งว่ามูลเชื้ออย่างแท้จริงมาจาก ‘ความเชื่อมั่น’

เหมือนกับเมื่อเริ่มจากความไม่เชื่อมั่นต่อแนวทางนโยบายอันเกี่ยวกับสถานการณ์การต้านการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ก็ขยายกลายเป็นความไม่เชื่อมั่นเมื่อเกิดมหาอัคคีภัยขึ้นกลางเมือง

ผลที่เห็นเฉพาะหน้า คือสภาพแห่ง ‘โกลาหล’ ไม่ปรากฏศูนย์กลางที่แน่นอนว่าจะต้องรับฟังจากใคร กว่าจะสามารถจัดตั้งหรือก่อรูปเป็น ‘กองบัญชาการ’ ได้ก็เข้าตำรากว่าถั่วสุกงาก็ไหม้

หรือแม้กระทั่งที่ขึงขังด้วยกฎหมายพิเศษระดับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างกรณีโควิด แต่ในที่สุดก็กลายเป็นความล้มเหลว

ในเมื่อสภาพที่เห็นและเป็นอยู่ก็คือปรากฏการณ์ ‘หมอไม่ทน’

ที่ ‘หมอไม่ทน’ เพราะแม้กระทั่ง ‘แพทย์ด่านหน้า’ เองก็ถูก ‘เท’ เหมือนจะไม่ยอมรับผิดชอบต่อชีวิตและความเสียหายใดๆ

ถามว่าสถานะและการดำรงอยู่ของ ‘หมอ’ สามารถที่จะประท้วงได้ อย่างเป็นจริงหรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่สามารถแสดงอาการแข็งขืนเช่นนั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

เพราะความลำบาก ความทุกข์เข็ญที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่คือความรับรู้ที่เห็นอยู่ต่อหน้าต่อตา

การแสดงออกผ่านปรากฏการณ์ ‘ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์’ จึงได้เห็น การแสดงออกผ่านปรากฏการณ์ ‘สมาคมแพทย์ติดเชื้อ’ จึงได้เห็น ประสานเข้ากับปรากฏการณ์ ‘หมอไม่ทน’ และ ‘แพทย์ด่านหน้า’

ปรากฏการณ์เหลานี้คือความรุนแรงและแหลมคมอย่างที่สุดเท่าที่บรรดาบุคลากรทางการแพทย์จะสามารถแสดงออกได้แล้ว

ความน่าเศร้าอยู่ตรงที่ ‘รัฐบาล’ กลับมิได้รู้สึกรู้สาแต่อย่างใด

ผลสะเทือนไม่ว่าจะมาจากกรณีระเบิดเกิดขึ้นจากสารเคมีที่ซอยกิ่งแก้ว สมุทรปราการ ผลสะเทือนไม่ว่าจะมาจากกรณีเอกสารหลุดออกมาจากภายในกระทรวงสาธารณสุข

ล้วนสะท้อนปฏิกิริยาที่แวดล้อมอยู่กับความเชื่อมั่นทั้งสิ้น

สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นต่อกลไกแห่งอำนาจรัฐ ความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล

และที่สุดก็คือไม่เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    5

7 ความเห็น

 
ICT

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    4
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    4
 
ICT

 

 

หมดฟอร์ม

หมดฟอร์ม (thairath.co.th)

 

6 ก.ค. 2564 05:03 น.

ความสำเร็จกับความล้มเหลว พิสูจน์ได้ด้วยของจริง 27 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวบอำนาจบริหารจัดการแก้วิกฤติโควิดมารวมศูนย์ที่ตัวเองตามระบบซิงเกิลคอมมานด์ ผ่านไปแล้ว 2 เดือนกับ 6 วัน สถานการณ์มีแต่แย่ลง แย่ลง และแย่ลง

จำนวนผู้ป่วยสะสมเพิ่มจากหกหมื่นหนึ่งพันคน เป็นสองแสนแปดหมื่นคน

สถิติผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตัว!!

 

มาดูตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 178 ราย เป็น 2,226 ราย

จำนวนคนตายเพิ่มขึ้นกว่า 12 เท่าตัว!!

แสดงว่า “ซิงเกิลคอมมานด์ของนายกฯลุงตู่” ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

“แม่ลูกจันทร์” เอาของใหม่ๆสดๆ ซิงๆมาหาคำตอบเพิ่มเติม

28 มิถุนายน นายกฯลุงตู่ แม่ทัพใหญ่ปราบโควิดระบบซิงเกิลคอมมานด์ ออกคำสั่งปิดแคมป์ก่อสร้างใน กทม.และปริมณฑล สั่งห้ามประชาชนนั่งกินอาหารในร้านเป็นเวลา 1 เดือน

มั่นใจว่ามาตรการนี้จะหยุดการระบาดเห็นผลทันตา

บัดนี้ ผ่านไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ สถานการณ์ส่อเค้าจะยุ่งหยอยเป็นฝอยขัดหม้อยิ่งกว่าเดิม

ตัวเลขผู้ป่วยใหม่รายวัน เพิ่มจากวันละสี่พันคนบานทโร่ไปถึงวันละห้าพันคน หรือหกพันคน

คำสั่งล็อกดาวน์แคมป์ก่อสร้างใน กทม. ทำให้แรงงานจำนวนมากหนีเตลิดกลับบ้านเกิดเพราะไม่อยากโดนกักตัว

แต่ดันเอาเชื้อโควิดจากกรุงเทพฯไปติดญาติพี่น้องในต่างจังหวัดกันสะบักสะบอม

ทำให้จังหวัดสีขาวที่ไม่เคยพบผู้ป่วยโควิดมานานนับเดือนเกิดพบผู้ป่วยโควิดรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ล่าสุด โดนโควิดเจาะพรุนไปแล้ว 73 จังหวัด

เหลืออีกเพียง 4 จังหวัดที่ยังไม่โดนโควิดเจาะไข่แดง คือ จังหวัดอ่างทอง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และชุมพร

สรุปว่า มาตรการปิดแคมป์ก่อสร้าง ห้ามประชาชนนั่งกินอาหารในร้าน ไม่ได้กระชากตัวเลขผู้ป่วยโควิดใน กทม.ให้ลดลง

กลับทำให้เชื้อโควิดแพร่กระจายเป็นไฟลามทุ่งจากกรุงเทพฯขยายวงไปทั่วประเทศเห็นทันตา

การรวบอำนาจตามระบบซิงเกิลคอมมานด์จึงล้มเหลวซ้ำซากด้วยประการฉะนี้แล

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าเรื่องสำคัญที่จะล้มเหลวในอันดับต่อไป

คือการประกาศแผน “เปิดประเทศภายใน 120 วัน”

โดยเร่งปูพรมฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประชาชน 50 ล้านคน หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากร

ตั้งเป้าต้องระดมฉีดวัคซีนไม่ต่ำกว่า 4 แสนโดสต่อวัน ให้ทันกำหนดเปิดประเทศไทยกลางเดือนตุลาคม

“แม่ลูกจันทร์” มองว่า...เป้าหมายฉีดวัคซีน 4 แสนโดสต่อวันไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง!!

เพราะตั้งแต่ “นายกฯลุงตู่” ประกาศแผนเปิดประเทศ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ยังไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ถึง 4 แสนโดสแม้แต่วันเดียว!!

ระบบซิงเกิลคอมมานด์ท่าจะเหลวเป๋วอีกแล้วโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    2
 
ICT

 

เดิมพันชีวิตหนีไม่ออก

เดิมพันชีวิตหนีไม่ออก (thairath.co.th)

 

ล็อกดาวน์ตัวเองขั้นสูงสุด” ไม่จำเป็นอย่าออกจากบ้าน สัญญาณเตือนภัยขั้นร้ายแรง ตามข้อมูลของ “นายแพทย์ใหญ่” ระดับ พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเตือนประชาชน

ผู้ป่วยโควิด-19 นอนโรงพยาบาล ล้นทะลักแซงโรงพยาบาลสนามแล้ว นั่นหมายถึงคนป่วยอาการหนักยอดมากกว่าผู้ป่วยรอสังเกตอาการ แนวโน้มสอดคล้องกับรายงานประจำวันของ ศบค.ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อทะลุกว่า 6,000 ราย คนป่วยโคม่าใส่ท่อหายใจ

ในห้องไอซียูเกินหลัก 1,000 ยอดคนตายทำนิวไฮขึ้นไปเกิน 60 ศพ ส่อไต่ระดับไปสู่หลักร้อยในไม่ช้า ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของไทยแซงพรวดพราดมาอยู่อันดับที่ 65 ของโลก

 

โดยสถานการณ์ส่อใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ ตามเสียงสะท้อนของ “หมอใหญ่” เตือนระบบสาธารณสุขของไทยกำลังจะล่มสลาย อารมณ์แบบที่รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขหลั่งน้ำตา ยอมรับวิกฤติไวรัสมรณะโควิด-19 เกินกำลังบุคลากรทางการแพทย์จะรับมือไหว
แนวรบด่านหน้า บุคลากรทางการแพทย์ใกล้ยกธงขาว

“ฝ่ายปฏิบัติ” สารภาพวิกฤติสงครามไวรัสหนักหนาสาหัสเกินกำลัง เอาไม่อยู่ และนั่นย่อมลามไปสู่ความรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ของฝ่ายบริหาร สถานการณ์ใกล้จนมุม ประจานความบ้อท่าในการรับมือวิกฤตการณ์

โดยเฉพาะกับบทแม่ทัพซิงเกิลคอมมานด์ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวขบวน ศบค. ที่เหมาอำนาจสั่งการ “ข้าพเจ้ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

เลยต้องรับผิดก่อนใคร ตามปรากฏการณ์ได้ “ลุ้นเสียว” กับจังหวะขยับของอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยดัง โดยการนำร่องของรศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก แชร์โพสต์ต่อโดย รศ.ดร.เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล รองคณบดีคณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ฟันธงถึงเวลาที่ศาลต้องสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายในการเอาผิดกับผู้บริหารสูงสุดของรัฐในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผิดพลาดจนก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อประชาชน

การเพิกเฉยไม่ทบทวนผลลัพธ์ของการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด การไม่รับฟังข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาอย่างรอบด้าน และความล่าช้าในการดำเนินการแก้ปัญหาทั้งที่มีอำนาจ เบ็ดเสร็จ

เป็นพยานหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการ “งดเว้น” หน้าที่ที่พึงต้องกระทำ และ “จงใจ” ที่จะให้ ความเสียหายดำรงอยู่ต่อเนื่องไป การกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐในขณะนี้เลยระดับของความประมาทเลินเล่อแล้ว

ส่อแนวไล่ฟ้องผู้นำ ฐานจัดการโควิดพลาด เจตนาทำคนตาย “ข้อหาร้ายแรง” ไม่ใช่เล่น เพราะคิวนี้ไม่ใช่ “นักร้องอาชีพ” ที่โหนกระแส เหวี่ยงแหหวังผลฟลุก แต่เป็นเรื่องซีเรียสของเหลาคณาจารย์ด้านกฎหมายชั้นอ๋อง ที่ต้องการสร้างบรรทัดฐาน

ไม่ปล่อยให้ประชาชนคนไทยต้องเผชิญชะตาโหดตามยถากรรม ตามฉากเปรียบเทียบกันชัดๆ วิกฤติโรคระบาดไวรัสมรณะโควิดเหมือนกันทั่วโลก แต่วิบากของประชาชนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับกึ๋น มันสมองของผู้นำในการจัดการสถานการณ์

ความเสียหายต่างกันเห็นได้ชัด แม่แต่กับประเทศที่ล้าหลังกว่าไทย และยิ่งเป็นอะไรที่ฟ้องกันด้วยภาพข่าวประจาน “ลูกมั่ว” การบริหารจัดการวัคซีนที่โยนขี้กันกระจายเหม็นหึ่งไปหมด กับปรากฏการณ์ที่อัยการ สูงสุดปัดเผือกร้อน ไม่ได้รับร่างสัญญาจัดซื้อวัคซีนทางเลือกยี่ห้อโมเดอร์นาจากองค์การเภสัชกรรม ตามที่มีการอ้างความล่าช้าอยู่ที่อัยการ

สาวกันไปสาวกันมา ก่อนที่องค์การเภสัชฯจะรีบส่งสัญญาโมเดอร์นาให้อัยการตรวจเสร็จใน 1 วัน ปมวัคซีนคลุมเครือยังลามไปถึงคิวที่หมอใหญ่ อย่าง ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ กับ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ออกมาตอบโต้ข่าวที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข งัด ลูกโบ้ย การพิจารณาเรื่องวัคซีนในประเทศไทยจะต้องผ่านความเห็นจากคณะกรรมการวิชาการวัคซีน ที่มี ศ.พญ.กุลกัญญา ศ.นพ.ยง และ รศ.นพ. ทวี โชติพิทยสุนนท์ เป็นกรรมการ แล้วจึงแจ้งมติมายังสาธารณสุข

ก่อนที่ “เสี่ยหนู” จะออกมาโยนความผิดให้สื่อพาดหัวให้ตีกัน แต่นั่นก็ต่อเนื่องกับปมร้อนจนควันขึ้น เอกสารหลุด ผลการประชุมเฉพาะกิจร่วมระหว่างคณะกรรมการด้านวิชาการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และคณะทำงานวิชาการด้านบริหารจัดการและศึกษาการให้บริการวัคซีน ณ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

คาดว่าประเทศไทยจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์จากสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฎาคม จำนวน 1.5 ล้านโดส และไตรมาสที่ 4 รวม 20 ล้านโดส โดยมีความเห็นแนบท้าย ถ้าหากฉีดไฟเซอร์ให้กลุ่มด่านหน้า บุคลากรทางการแพทย์ แสดงว่าเรายอมรับว่าวัคซีนซิโนแวค ไม่มีผลในการป้องกัน แล้วจะแก้ตัวยากมากขึ้น

กระตุกแรงกระเพื่อมหนักในหมู่บุคลากรทางการแพทย์ หันมาร่วมอัปเปหิรัฐบาล “หมอ” ไม่ทนกับตรรกวิบัติของฝ่ายบริหารที่เน้นเรื่องกระแสมากกว่าความเป็นความตายของบุคลากรที่เสี่ยงอยู่ด่านหน้า ธาตุแท้ฝ่ายการเมืองที่หวังแต่ลากยาวอำนาจ.

ทีมข่าวการเมือง

 

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    4
 
3 ส

ไอ้เห้ตู่มันค วาย

โกรธแล้ว

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3
 
ICT

สัจจะ การเมือง ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา “เปิด” ประเทศ

วิเคราะห์การเมือง : สัจจะ การเมืองของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา“เปิด” ประเทศ ชะตาก (khaosod.co.th)

ชะตากรรมแห่งคำประกาศจะ “เปิดประเทศ” ภายใน 120 วันจะเป็นเช่นใด

ต้องยอมรับว่าคำประกาศจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเมื่อวันพุธที่ 16 มิถุนายน ทรงความหมายเป็นอย่างสูง

เท่ากับเป็นการจุด “ประกาย” แห่ง “ความหวัง” ขึ้นมา

กรอบแห่ง 120 วันจึงเท่ากับเป็นเหมือน “โรดแม็ป” อันเป็นเป้าหมาย ดำรงอยู่ทั้งในลักษณะอันเป็น “ยุทธศาสตร์” และ “ยุทธวิธี” ในทางการเมืองไปด้วยกัน

โดยมีเป้าอยู่ที่การเอา “ชนะ” เหนือ “โควิด”

คําถามก็คือ คำประกาศ “เปิดประเทศ” ภายใน 120 วันเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

หากถามต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คำตอบย่อมวางอยู่ที่ความมั่นใจ ไม่ว่าจะในเรื่องของ “วัคซีน” ไม่ว่าจะในเรื่องมาตรการการต่อสู้กับ “โควิด”

โดยมีแผนงาน “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” เป็นบาทก้าวสำคัญ

 

ขณะเดียวกัน ที่มีการประกาศอย่างกะทันหันโดยไม่ปรากฏเค้าลางมาก่อนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมากด้วยความขึงขังในระดับนี้

อาจเป็นเพราะการแหย่อันมาจาก โทนี่ วู้ดซัม

มีความจำเป็นต้องย้อนไปสำรวจท่าทีของ โทนี่ วู้ดซัม อย่างเป็นพิเศษ

ท่าทีของ โทนี่ วู้ดซัม ในเดือนมิถุนายนได้ทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นโดยถือเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเป้าซ้อมในทางเศรษฐกิจและในทางการเมือง

เห็นจากคำพูดที่ว่า “ถ้าเป็นผมแค่ 6 เดือนก็เรียบร้อย”

ตรงนี้ย่อมตีกระทบไปยัง “ต่อม” แห่งอหังการ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรงเพียง 1 วันหลัง โทนี่ วู้ดซัม พูดผ่าน “คลับเฮาส์”

แผน “เปิดประเทศ” ก็ดังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ถามว่าแผน “เปิดประเทศ” ภายใน 120 วันมีความเป็นไปได้ในทางเป็นจริงหรือไม่

ไม่มีใครให้ “คำตอบ” ได้ด้วยความมั่นใจ แต่หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงบทเพลง “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน” อันเคยดังกระหึ่ม

ตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ว่าดำเนินไปอย่างไร

 

 

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3
 
ICT

ขับเคลื่อนด้วยเสียงด่า ขยับก้าวด้วยการบริจาค

ขับเคลื่อนด้วยเสียงด่า ขยับก้าวด้วยการบริจาค : ข่าวข้นคนเข้ม หนังสือพิมพ์ข่าวสด (khaosod.co.th)

6 ก.ค. 2564-00:04 น.

หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ Khaosod ข่าวสด สื่อออนไลน์ยอดนิยมอันดับหนึ่ง ยอดติดตามมากที่สุดทะลุ 17 ล้านฟอลโลเวอร์ส ยอดถูกใจกว่า 14 ล้านไลก์ ฉบับนี้ตรงกับวันอังคารที่ 6 ก.ค.พุทธศักราช 2564 แรม 12 ค่ำ เดือน 8 ปีฉลู

สัปดาห์ระทึกและหดหู่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ไทม์ไลน์ไว้ ยอด “ป่วยตายโควิด” จะทำนิวไฮน่าห่วง เชื้อสายพันธุ์ดุถึงจุดแสดงอาการน่ากลัว

วันนี้ 136 ปีก่อน หลุยส์ ปาสเตอร์ คิดค้น “วัคซีนสุนัขบ้า” สำเร็จ

วันนี้อุบัติไวรัสมรณะพันธุ์ใหม่ “วัคซีนไทย”+เต็มไปด้วยคำถาม ข้อสงสัยต่อผู้มีอำนาจ ??

บุคลากรทางการแพทย์ เข้าชื่อได้เกินแสนภายในไม่กี่วัน “เรียกร้องรัฐบาล” จัดหาวัคซีนคุณภาพ mRNA (ไฟเซอร์-โมเดอร์นา) ฉีดด่วน นักรบเสื้อกาวน์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่กำลังเสี่ยงสุดๆ อ่อนล้าสุดๆ

หัวขบวนร.พ.เอกชน “หมอบุญ” โวยเช้า ตกบ่าย อย. ส่งสัญญาซื้อโมเดอร์นาให้อัยการสูงสุดพิจารณาได้ทันที ส่วนสัญญาซื้อไฟเซอร์จะเข้าครม.วันนี้ ทำเอาสังคมเดือดปุดบนความท้อแท้สิ้นหวัง ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ตั้งศบค.รวมศูนย์ ไว้ทำประโยชน์อะไร มิทราบ ?!

บุคลากรการแพทย์-นักวิทยาศาสตร์-นักระบาดวิทยา ต้อง “ส่งเสียงดังๆ” ต่อไปหนักๆ ถี่ๆ ถือเป็นเสียงทรงพลัง ประสานดังๆ กับประชาชนให้กระหึ่มไปถึงหูถึงหัวใจผู้มีอำนาจ ที่กำลังมืดๆ มึนๆ เหมือนๆ “ขับเคลื่อนด้วยเสียงด่า ขยับก้าวด้วยการบริจาค”

เห็นความล้มเหลว ไม่มีประสิทธิภาพจนเกินทนไหว ระดับคณบดีนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ขานรับด้วยรองคณบดีนิติ จุฬาฯ ออกโรงชี้ช่องทาง “ใช้กฎหมายเอาผิด” ผู้มีอำนาจระดับสูง บริหารจัดการโควิดจนวิบัติมีคนป่วยคนตายจนวิกฤต

บ.ก.ลายจุด นัดอีกวันเสาร์นี้เจอกัน หลัง Car Mob สมบัติ (ทัวร์) เสาร์ที่ผ่านมา รถยนต์-จยย.หลายร้อยคันออกมา “บีบแตรไล่ประยุทธ์” ดังสนั่นเมืองกรุง

 

บอลยูโร มาถึงรอบรองชนะเลิศ ทีม 3 แต้มรอบแรก เดนมาร์ก สร้างปาฏิหาริย์เข้าตัดเชือกทีมขวัญใจมหาชน อังกฤษ อีกคู่ขุนพลอัซซูรี่ อิตาลี ยิ่งเล่นยิ่งหล่อ เจอทีมชื่อชั้นระดับอดีตแชมป์โลกแชมป์ยูโร สเปน ยิ่งเล่นยิ่งเทพ ย้ำ “แฟนๆ ข่าวสด” รีบตัดคูปองเขียนชื่อ ทีมที่เชียร์ ส่งมาร่วมสนุกลุ้นรางวัลใหญ่ รถยนต์เอ็มจี-จยย.ฮอนด้า-ทองคำคาราบาวแดง-บัตรเติมน้ำมันบางจาก-โทร.มือถือเอไอเอส-เครื่องฟอกอากาศมิตซูต้า ส่งได้ถึง 9 ก.ค.นี้วันสุดท้าย ถือตราประทับไปรษณีย์เป็นสำคัญ

สันตะวา

 

 

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    4
 
ICT

วิกฤตขนาดนี้ รัฐบาลจะไปต่ออย่างไร : ชกไม่มีมุม

วิกฤตขนาดนี้ รัฐบาลจะไปต่ออย่างไร : ชกไม่มีมุมโดย...วงค์ ตาวัน วิกฤตขนาดนี้ - (khaosod.co.th)

วิกฤตขนาดนี้ – แทบทุกฝ่ายมีความเห็นอย่างสอดคล้องต้องกันว่า วิกฤตโควิดในไทยขณะนี้ หนักหนาสาหัสเพราะการจัดหาวัคซีนที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงของรัฐบาล

จนทำให้การระบาดยังหาทางหยุดไม่ได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจยิ่งทรุดตามลงไป จนกล่าวได้ว่า เป็นวิกฤตที่คงทำให้รัฐบาลจะอยู่ต่อไปได้ยากจริงๆ

เสียงวิจารณ์ในด้านลบ กระหึ่มไปทั่วบ้านทั่วเมือง ทั้งปากต่อปาก ทั้งในโลกโซเชี่ยล ทั้งผ่านบทเพลงที่แต่งขึ้นมารับกับสถานการณ์วันนี้

กระแสไม่ยอมรับรัฐบาล มีตั้งแต่ชาวบ้านคนเดินดิน ศิลปินดารา นักธุรกิจพ่อค้า ยันแวดวงแพทย์

จนมองไม่ออกว่ารัฐบาลจะอยู่ต่อไปเฉยๆ ไปเรื่อยๆ ได้อย่างไร

แม้ว่าฐานสนับสนุนจะแข็งแกร่ง กองทัพ อำนาจนอกระบบ กลไกสภา องค์กรต่างๆ โอบอุ้มอยู่เหนียวแน่น

แต่ไม่ใช่จากมือของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ไม่ร่วมโอบอุ้มและยังโบกมือไล่!

 

เพราะมาจนถึงขณะนี้ คนส่วนใหญ่มองว่า การจัดหาวัคซีนล่าช้าและด้อยคุณภาพ นอกจากขาดวิสัยทัศน์อันยาวไกล จัดหาไม่ทันการณ์

ยังมาจากการวางเป้าหมายอันซับซ้อน เลยเป็นคำตอบว่า ทำไมแทงม้าแค่ไม่กี่ตัว แม้จะมีตัวดีๆ ตัวอื่นๆ ก็ไม่ยอมแทง

ทั้งหมดนี้คือคำอธิบายว่า ทำไมจึงมีเสียงวิจารณ์มาตลอดว่ารัฐบาลนี้ ไม่ใช่ตัวแทนของประชาชน

เพราะการเข้าสู่อำนาจไม่ได้มาจากเสียงสนับสนุนของประชาชนแท้จริง แต่เริ่มต้นจากกองทัพและกลุ่มอำนาจต่างๆ

ไม่เช่นนั้นการจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี แทนที่จะทุ่มทุกอย่างเพื่อสาธารณสุขและฟื้นเศรษฐกิจ กลับยังไม่ยอมตัดงบทหาร งบความมั่นคง!?!

เพราะตอนเลือกตั้ง ไม่ได้ชนะมีส.ส.อันดับ 1 แต่มี 250 ส.ว. เลยทำให้เป็นนายกฯ และตั้งรัฐบาลได้

และล่าสุดการแก้รัฐธรรมนูญ ก็ไม่สามารถแก้ประเด็นหลักได้

250 ส.ว.ยังปกป้องอำนาจในการโหวตนายกฯ ต่อไป เพื่อยืนยันระบบการเมืองอันพิกลพิการ ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง!

เมื่อยังยืนกรานใช้ระบบ ที่เสียงของประชาชนในวันเลือกตั้ง ไม่สามารถกำหนดนายกฯ และรัฐบาลได้

ก็แปลว่า เรายังจะได้รัฐบาลที่ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนที่แท้จริงต่อไป

นี่เองจึงทำให้ความหดหู่สิ้นหวัง หลังรัฐสภาคว่ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงปรากฏไปทั่ว

เพราะชาวบ้านรู้สึกทันทีว่า เราจะต้องอยู่ไปอย่างนี้ ยากจะมีรัฐบาลจากคนรุ่นใหม่ คนเก่งเศรษฐกิจ คนบริหารจัดการวิกฤตได้เฉียบแหลม

ในทางกลับกันรัฐบาลผิดพลาดด้านวัคซีนจนหยุดโควิด ไม่อยู่ เศรษฐกิจพังพินาศขนาดหนัก ก็ยังอยู่ได้ เพราะมีฐานอำนาจด้านอื่นโอบอุ้มหนาแน่น

แต่เริ่มน่าคิดว่า ทำชาวบ้านเดือดร้อนขนาดนี้ อำนาจที่โอบอุ้มทั้งหลายแหล่จะเหนือกว่ากระแสเสียงจากประชาชนหรือไม่!?

 

 

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    2