คำถามอยู่ที่ว่าคนของพรรคเพื่อไทยเองจะ ‘สำเหนียก’ หรือไม่

คำถามอยู่ที่ว่าคนของพรรคเพื่อไทยเองจะ ‘สำเหนียก’ หรือไม่

09.00 INDEX สัญญาณเตือน ถึงยุคเบบี้บูมเมอร์ มิได้มุ่งเพียง ประยุทธ์ จันทร์โอชา
09.00 INDEX สัญญาณเตือน ถึงยุคเบบี้บูมเมอร์ มิได้มุ่งเพียง ประยุทธ์ จันทร์โอชา (matichon.co.th)

สัญญาณเตือน ถึงยุคเบบี้บูมเมอร์ มิได้มุ่งเพียง ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เหมือนกับคำประกาศของ โทนี่ วู้ดซั่ม ที่ว่า หมดยุคเบบี้บูมเมอร์ แล้ว จะมีความหมายเพียงยุคของ นายทักษิณ ชินวัตร ยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมีความหมายครอบคลุมออกไปอย่างกว้างขวางมากยิ่งไปกว่านั้น

แน่นอน ย่อมหมายถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ย่อมหมาย ถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และย่อมหมายแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองอื่นที่เข้าข่ายใกล้เคียงกับเบบี้บูมเมอร์

หากเปรียบเทียบระหว่าง โทนี่ วู้ดซั่ม กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ต้องยอมรับว่า โทนี่ วู้ดซั่ม เป็น ‘เตรียมทหาร’ ที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ

ที่ไม่เหมือนคนอื่นๆเพราะอยู่ในโครงสร้างของระบบราชการน้อยมาก เวลาด้านหลักของ โทนี่ วู้ดซั่ม เป็นเวลาทางด้านธุรกิจ

ทั้งยังเป็นธุรกิจ ‘โทรคมนาคม’ อันเกี่ยวกับ ‘เทคโนโลยี’

ขณะเดียวกัน ก็สนใจต่อ ‘ตลาดทุน’ และทุนอันเกี่ยวเนื่องอยู่กับเทคโนโลยี จึงยังสามารถไต่ยอดคลื่นความเจริญสมัยใหม่ไปได้

นี่ย่อมตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับการดำรงอยู่ของคนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

3 คนนี้เติบโตมาจาก ‘ระบบราชการ’ ตั้งแต่ยังเป็น ‘นักเรียน’ กระทั่งสำเร็จอออกรับราชการ ภาพที่ติดมาก็คือภาพของ ‘ราชการ’

ทั้งยังเป็นโครงสร้างของราชการอย่างที่พรรคอนาคตใหม่สรุปเรียกอย่างรวบรัดว่าเป็น ‘รัฐราชการรวมศูนย์’ ซึ่งมีความล้าหลังอย่าง ยิ่งในท่ามกลางการเติบใหญ่ของโลก ‘สมัยใหม่’

 

‘รัฐราชการ’ อาจมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับสังคมยุคเก่าก่อนเข้าสู่ความเป็น ‘สมัยใหม่’ แต่ในท่ามกลางพัฒนาการของเทคโนโลยี

ความล้าหลังและกำลังเสื่อมทรุดคือภาพแห่ง ‘รัฐราชการ’

ต่อให้ โทนี่ วู้ดซั่ม ให้การศึกษาผ่าน ‘คลับเฮาส์’ ทุกวันก็ยากอย่างยิ่งที่คนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเกิดอาการ ‘เก็ต’ หรือ ‘เข้าใจ’

แม้ โทนี่ วู้ดซั่ม จะปฏิบัติตนเหมือนกับ ‘เทียน’ ส่องทางสว่าง

ขณะเดียวกัน ความหมายของ โทนี่ วู้ดซั่ม ก็มิได้จำกัดแต่เพียงใน ‘กลุ่ม 3 ป.’ เท่านั้น หากแต่ยังเป็น ‘อนุสาสน์’ ไปยังพรรคเพื่อไทย

 

คำถามอยู่ที่ว่าคนของพรรคเพื่อไทยเองจะ ‘สำเหนียก’ หรือไม่

.................

...........................

.............................................

  

 
  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0

5 ความเห็น

 
ICT

ข่าวข้น คนเข้ม : ทุกตารางสำรวจเลือกตั้งใหม่ 'เพื่อไทย-ก้าวไกล' ยังโดดเด่น

ทุกตารางสำรวจเลือกตั้งใหม่ ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ ยังโดดเด่น

หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับประจำวันพุธที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2564 ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู

อิทธิพลของพายุฤดูร้อน ไลอ้อนร็อก ครอบคลุมทุกพื้นที่ประเทศไทย และเอเชียใต้ ทุกภาคมากไปด้วยฝนฟ้าคะนอง

มากกว่า 2,600 วัน ที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้ตัดสินอนาคตของชาติ ใช้เงินมากกว่า 21 ล้านล้าน กับงบประมาณรายจ่าย 7 ฉบับ

ครบกำหนด 120 วันกับคำประกาศ เปิดประเทศ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเดินหน้าอย่าโลเล คนไทยใช้เงินออมเกลี้ยงกระเป๋าแล้ว คนชั้นล่างใกล้จะเป็นขอทานเต็มที

แปลกแต่จริง คำถามที่รัฐบาลไม่เคยตอบ ไทยมี หลุมขุดน้ำมัน 2,777 หลุม ขุดน้ำมันได้ 10 ล้านลิตรต่อวัน กับแก๊ส 36,000 ล้านลิตร แต่ประชาชนคนไทย ใช้น้ำมันราคาแพง และแพงขึ้นทุกปี

 

ต้นทุนน้ำมันไม่ถึง 20 บาท แต่คนทั้งชาติต้องจ่ายอีกมากกว่า 10 บาท คือ ภาษีเข้ารัฐ ถ้าอยากให้เศรษฐกิจไทยลืมตาและประชาชนมีเงินติดบ้าน คือ ลดราคาน้ำมัน

คนไทยใช้น้ำมันวันละเกือบ 70 ล้านลิตร คนไทยทุกคนไม่ว่ายากจนหรือร่ำรวย ต้องเสียภาษีทุกวัน และต้องใช้น้ำมันที่ แพงที่สุดในโลก

ความแตกต่างของราคาน้ำมันกับภาษี ทำให้ธุรกิจ น้ำมันเถื่อน รุ่งเรืองที่สุด ทั้งบนบกและในทะเล

แวบเข้าสภาใกล้เวลาเลือกตั้ง เนื้อหอมหลายพรรคตอม อันวา สาและ คนดังแห่ง 3 จังหวัดใต้ เพราะ ประชาธิปัตย์ หาเสียงยากขึ้นทุกวัน

ทุกตารางสำรวจ ยังยืนยันพรรคนำในการ เลือกตั้งใหม่ เพื่อไทย กับ ก้าวไกล ยังโดดเด่นจนไร้ราคาต่อรอง ภูมิใจไทย กับ ประชาธิปัตย์ รักษาเก้าอี้เท่าเก่ายังยาก พลังประชารัฐ กับ พรรคปลัดฉิ่ง ถ้าหนุน นายกฯตู่ เป็นนายกฯต่อ มุมต่อรองยังไม่กำหนดราคา

ถามมา น้ำแบบปี 2554 จะท่วมกรุงเทพฯ ปีนี้หรือไม่ ? หาข่าวมาขาย น้ำวันนี้มันแค่รอระบาย บนเขื่อนยังรับได้จนหมดฤดูฝน

 

7 ผู้ยิ่งใหญ่ แห่งโทรศัพท์ไทย ต้องใช้หนี้ 6 หมื่น 6 พันล้าน ศุภชัย พิศิษฐวานิช-พลเอกชูชาติ พรหมพระสิทธิ์-สรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม-วันชัย ศารทูลทัต-พลตำรวจเอกบุญฤทธิ์ รัตนะพร-สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ -สุรินทร์ ตุลย์วัฒนจิต

พญาไม้

 

pradej@hotmail.com

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT

ทิ้งหมัดเข้ามุม : โหดกว่า Squid Game!!!

 

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

โหดกว่า Squid Game!!! 

โดย…รุก กลางกระดาน

โหดกว่า Squid Game!!! – กลายเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาแจ้งเตือนประชาชนกรณีซีรีส์เรื่องดัง Squid Game ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ให้ระมัดระวังการรับชม เพราะเกรงเยาวชนจะหลงผิด ทำผิดกฎหมาย

เนื่องจากซีรีส์เรื่องดังกล่าวมีฉากทำร้ายร่างกายผู้อื่น ผ่าศพ ฆ่าผู้อื่น เพื่อแก่งแย่งแข่งขันเอาตัวรอดกันอย่างชัดเจน

ซึ่งแน่นอนว่าความเป็นห่วงหรือการแจ้งเตือนเยาวชนที่รับชมซีรีส์ เป็นเรื่องที่กระทำได้ และในหลายๆ ประเทศก็มีการแจ้งเตือนกัน

แต่ที่น่าสนใจมากนั่นก็คือคำเตือนดังกล่าวเกิดจากองค์กรตำรวจ ที่ปัจจุบันถูกตั้งคำถามถึงเรื่องความรุนแรงไว้หลากหลายมิติ

 

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ‘ผู้กำกับโจ้’ นายตำรวจหนุ่มที่เค้นสอบผู้ต้องหาคดี ยาเสพติด โดยใช้ถุงดำคลุมถึง 7 ชั้น จนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตภายใน พื้นที่ของสภ.เมืองนครสวรรค์

หรือภาพข่าวการลงมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่เฉพาะที่ดินแดง แต่ลามไปถึงหลากหลายพื้นที่ชุมชน จนแก๊สน้ำตา-กระสุนยาง กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานของตำรวจคฝ.ไปเรียบร้อย

ตายจริง เจ็บจริง ไม่ใช่แค่ในละคร!??

จึงไม่แปลกที่คนจะตั้งข้อสังเกตว่าซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้ กับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ตำรวจกระทำกับประชาชน

อย่างไหนจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีมากกว่ากัน!??

ไม่เพียงแค่นั้น การออกมา ‘ตักเตือน’ เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่านอกจากหน้าที่ ที่ควรจะรักษากฎหมาย ตำรวจเองยังพยายามจะเป็นผู้รักษา ‘ศีลธรรม’ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง

หากดำเนินการอย่างมีวิสัยทัศน์ สามารถมองให้ลึกถึงความรุนแรงที่ปรากฏในฉากหน้า เข้าใจถึงวัฒนธรรม สังคม และสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ย่อมเป็นเรื่องดี

แต่หากใช้สายตาที่แคบสั้น ไม่เข้าใจปัญหา นอกจากไม่ได้แก้ไขแล้ว ยังทำให้ลุกลามบานปลาย

เหมือนที่มอง ‘ผู้ชุมนุม’ ว่าเป็น ผู้ก่อความไม่สงบ หรือผู้ก่อความรุนแรง ปฏิเสธที่จะพูดถึงต้นตอปัญหา ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร

มองตัวเองเป็นเครื่องมือรัฐใน การปกป้องความมั่นคงของรัฐบาล ขณะเดียวกันมองประชาชนเป็นศัตรู คู่อาฆาต

 

สิ่งเหลานี้ล้วนเป็นปัญหาของ ผู้บังคับใช้กฎหมายที่เกิดขึ้นจริง และโหดร้ายกว่าในซีรีส์เป็นไหนๆ!!

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
เสือปืนไว
แม่ลูกจันทร์

13 ต.ค. 2564 05:33 น.

 

นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ยกเลิกระบบเลือกตั้ง ส.ส.บัตรใบเดียว กลับไปใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบตามเดิม) ขึ้นทูลเกล้าฯประกาศใช้ภายใน 90 วัน

 

 

“แม่ลูกจันทร์” มองข้ามช็อต ถ้า “นายกฯลุงตู่” ยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่กลางปีหน้า คนไทยจะได้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ทีนี้ขั้นต่อไปคือ ต้องเร่งแก้ไข พ.ร.บ.เลือกตั้งให้สอดคล้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รอง หน.พรรคพลังประชารัฐ โชว์ลีลาเสือปืนไว ยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.เสร็จเรียบร้อย พร้อมเสนอทันที หลังสภาฯเปิดเทอมใหม่ต้นเดือนพฤศจิกายน

นายไพบูลย์มือวางเกมฝ่ายรัฐบาลแถลงว่า จะเสนอแก้ไข พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.เพียง 4 ประเด็น

1, แก้ไขระบบเลือกตั้ง ส.ส.จากบัตรเลือกตั้งใบเดียว เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

 

บัตรใบแรกใช้เลือก ส.ส.เขต บัตรใบที่สองใช้ลงคะแนนเลือกพรรค การเมือง

2, แก้ไขจำนวน ส.ส.เขต จาก 350 เขต เพิ่มเป็น 400 เขต

แก้ไขจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ จาก 150 คน ลดเหลือ 100 คน

3, แก้ไขวิธีคำนวณแบ่งโควตา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้สอดคล้องกับคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างแท้จริง

เช่น...ถ้ามีประชาชนไปใช้สิทธิ เลือกตั้ง 38 ล้านคน

เอาจำนวน 38 ล้านคะแนน หารด้วย 100 เท่ากับ 3.8 แสนคะแนน

พรรคไหนได้คะแนนเลือกพรรคเกิน 3.8 แสนคะแนน ก็จะได้โควตา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน!!

สมมติว่าพรรคพลังประชารัฐได้คะแนนเลือกพรรค 10 ล้านคะแนน

พรรคลุงป้อมก็จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 26 คน

4, แก้ไขกติกาที่กำหนดให้ผู้สมัคร ส.ส.เขตพรรคเดียวกัน ต้องใช้เบอร์เลือกตั้งแตกต่างกัน กลับไปใช้กติกาเก่า คือผู้สมัคร ส.ส.เขตพรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศแบบเดิม

 

 

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยพันเปอร์เซ็นต์ว่าผู้สมัคร ส.ส.เขตพรรคเดียวกัน “ควร” ใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ เหมือนที่เราใช้กันมานานนมเน และประเทศทั่วโลกใช้เป็นสากล

เพราะการที่ผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขตพรรคเดียวกัน จังหวัดเดียวกันต้องใช้หมายเลขไม่เหมือนกัน ทำให้ชาวบ้านสับสนมึนงง ไม่รู้จะกาเบอร์ไหนดี ทำให้เกิดปัญหาบัตรเสียบานตะเกียง

แถมทำให้ กกต.ต้องพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ส.ส. 400 เขต แตกต่างกันถึง 400 แบบ โดยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

นอกจากทำให้งบพิมพ์บัตรเลือกตั้งแพงขึ้นอีกเท่าตัว!!

“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าการแก้ไข พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. 4 ประเด็น ที่ นายไพบูลย์ พรรคพลังประชารัฐยกร่างเสร็จแล้ว เหมาะสมดีงาม อำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

และถูกหลักประชาธิปไตย!!

ประเด็นร้อนที่จะต้องจับตามองต่อไป หลังจากการแก้รัฐธรรมนูญบัตรเลือกตั้ง 2 ใบคลอดออกมาประกาศใช้ใน 90 วัน

อาจมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ตามมาอีก 1 ขบวน??

แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ระเบิดทางตันให้ลุงตู่เป็นนายกฯเกิน 8 ปี??

อะเมซิ่งไทยแลนด์ อีกแล้วโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0
 
ICT
เหล้าแก้วที่แปด
กิเลน ประลองเชิง

13 ต.ค. 2564 05:09 น.

 

เมื่อผมจงใจจะตั้งชื่อเรื่องที่เขียนว่า “เรื่องเหล้าในวงเล่า” ผมก็เดาได้ “เล่า” คำหลัง เพื่อนพิสูจน์อักษรอาจช่วยแก้ให้เป็น “เหล้า” เพราะคิดว่าผมเขียนผิด (ซึ่งก็ผิดประจำ)

 

วงเล่า คำหลัง เป็นคำใหม่ ที่อาจารย์ ล้อม เพ็งแก้ว ท่านใช้หมายถึงวงสนทนาหาความรู้ มีเสน่ห์จนผมอยากยืมท่านมาใช้บ้าง

แต่พอเปลี่ยนมาตั้งชื่อเรื่องเป็น เหล้าแก้วที่แปด ผมก็ยิ้มได้ เพราะเริ่มเห็นประเด็นเลี้ยวเข้าหาการเมือง

ในหนังสือ “ข้างสำรับ” (สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พ.ศ.2559) อาจารย์ ส.พลายน้อย เล่าเรื่องเหล้า โดยเน้นประเด็น เหล้าองุ่น ไว้ว่า หลายประเทศแย่งกันคุยว่า เป็นต้นคิด

จีนคุยว่าทำก่อนใคร อียิปต์ กรีก ต่างคุยว่าทำก่อน แต่ไม่มีเรื่องอ้างเป็นหลักฐานยืนยันเท่าพวกฝรั่ง ที่อ้างคัมภีร์ไบเบิล ที่บอกว่า โนอาห์ เป็นคนปลูกองุ่น ทำเหล้าองุ่น และเมาเหล้าองุ่นก่อนใครๆในโลก

 

เรื่องประเทศใดทำเหล้าองุ่นก่อน ยังไม่มีกรรมการตัดสิน แต่มีความเข้าใจกลางๆว่า ฝรั่งสักชาติหนึ่งเอาผลองุ่นจากทวีปเอเชียไปปลูกในยุโรป ก่อน ค.ศ.600 ปี

ต่อมา บาทหลวงสเปนเอาพันธุ์จากยุโรป ไปปลูกในแคลิฟอร์เนีย ทวีปอเมริกา แต่เรื่องนี้ชาวอเมริกันชาตินิยมก็เถียงว่า องุ่นพันธุ์นั้น เจอโรคระบาดสูญพันธุ์ไปเมื่อ ค.ศ.1880

แต่องุ่นพันธุ์อเมริกาเหนือเดิม เป็นพันธุ์ทนทานไม่ตายด้วยโรคระบาด แพร่หลายมาถึงวันนี้

เมื่อเถียงกันไม่จบ ประเทศไหนเป็นต้นคิดเหล้าองุ่น ก็เริ่มเห็นประเด็นสำคัญกว่า เมื่อไม่ว่าที่ไหนก็กินเหล้า ควรจะกินเหล้าแค่ไหน จึงจะพอดีๆ

ฝรั่งเขาสรุปกันเอง ควรจะไม่เกินสามแก้ว แก้วแรกเรียกน้ำย่อย หรือกระตุ้นให้สมองเดิน แก้วสองเพื่อหญิงคนที่รัก และ แก้วที่สาม แก้วสุดท้าย กินแล้วกลับไปนอนที่บ้าน

เรื่องเหล้าสำหรับคนไทย พูดกันแบบพอเพียง มีเท่าไหร่ก็กินเท่านั้น มีขวดกินขวด มีสองขวดกินสองขวด สู้แค่เสมอหมด เถียงกันไปมา เกิดมีคนดีศรีอยุธยา วางเป็นกำหนดกฎเกณฑ์ ซึ่งก็ดูจะยอมรับกัน กินได้ถึงสิบแก้ว

แต่ละแก้ว ที่กินไป จะก่ออาการ ต่างๆกันไป

แก้วหนึ่ง นงนุช แก้วสอง พุทธวาจา แก้วสาม แกล้วกล้าพูดจาฉลาด แก้วสี่ องอาจผ้าขาดไม่รู้ตัว แก้วห้าเมามัวพูดไม่กลัวผิด แก้วหก มิ่งมิตรพูดผิดทุกคำ แก้วเจ็ด มืดหน้าตาดำมือคลำหนทาง

แก้วแปดนวลนางเห็นช้างเท่าหมู แก้วเก้า โฉมตรู เห็นประตูเป็นบันได และแก้วสิบ ไปไม่ไหวลงนอน

อานุภาพของเหล้าแต่ละแก้ว ก็บังเอิญ! พอจะเปรียบได้กับอำนาจที่ได้จากการเมือง ประวัติศาสตร์การเมืองไทย นักการเมืองที่เป็นนายกฯได้ต่อเนื่องกันถึงแปดปี ดูเหมือนจะมีไปแล้วสามคน

แต่ละคน อาการที่เกิดจากเมาอำนาจการเมือง ก็ดูจะไม่ต่างจากเหล้า ซักเท่าไหร่

เช่น คุณประยุทธ์ที่กำลังเถียงกันว่า อายุนายกฯจะถึงแปดปี สิงหาคมปีหน้าหรือไม่...แต่ไม่ว่าจะครบเมื่อไหร่ ก็มีข่าวออกมา ท่านหลุดปากอยากเมาต่อ เอ๊ย! ทำงานสานต่อ...ตามนโยบายให้บ้านเมืองอีกสักห้าปี

ดูตามอาการของเหล้าแก้วที่แปด นวลนางเห็นช้างเท่าหมู ก็ช่างแม่น...ท่านเพิ่งกล้าหักหาญน้ำใจ พี่ป้อม ปลดสองรัฐมนตรีคู่ใจ พี่ชายร่วมน้ำสาบานในสวนท้อ...ได้อย่างที่คอการเมืองอึ้ง

ผมดูรายการทีวี เขาคุยกันถึงกลยุทธ์แยกกันเดินรวมกันตี...มีคนเป็นห่วงฝ่ายประยุทธ์ ไม่มีธรรมนัสแล้ว จะสู้ศึกเลือกตั้งได้แค่ไหน คนที่รู้ดีเขาบอก หายห่วง เพราะไม่มีธรรมนัสก็มี “หิมาลัย” หรือเสธ.หิ แทน

ก็ดูกันต่อ ถ้าถึงแก้วที่เก้า โฉมตรูเห็นประตูเป็นบันไดแล้ว อาการของคุณประยุทธ์ จะไปต่อถึงแก้วที่สิบ ไปไม่ไหวลงนอน...หรือเปล่า

คอการเมืองต้องไม่ลืมนะครับ ท่านตั้งเจตนาจะดื่มต่ออีกห้า รวมเป็นสิบสามแก้วก็แล้วกัน.

กิเลน ประลองเชิง

เหล้าแก้วที่แปด (thairath.co.th)

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    0
 
ICT

การ์ตูน เซีย

การ์ตูน จ๊ะโอ๋

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    0