โจรเหิมเกริม ครองเมือง ความจริงอันเจ็บปวดเกี่ยวกับสัญญาซื้อขาย

โจรเหิมเกริม ครองเมือง ความจริงอันเจ็บปวดเกี่ยวกับสัญญาซื้อขาย

https://www.thairath.co.th/news/politic/2131977

นี่คือ การปกครองแผ่นดิน
 
 
 
 
 
 
เรื่องของจักรพรรดิเหลือง สมัยนิทานปรัมปราของจีน เมื่อสี่ห้าพันปีที่แล้ว ทรงมีปราชญ์ทั้งเจ็ด เป็นคู่คิด แต่ก็ยังหาหลักการปกครองแผ่นดินที่ลงตัวไม่ได้ ได้ข่าวผู้รู้บนเขาจวี้ฉือกลางป่าลึก จึงชวนกันเดินทางไปหา

ระหว่างทาง เจอเด็กน้อยมือถือขลุ่ยนั่งบนหลังแพะ ก็ถามทาง จะถามอะไรเด็กน้อยตอบได้หมด จนทรงฉงน หลุดปาก “แล้วเจ้ารู้การปกครองแผ่นดินหรือไม่?”

 
 
“รู้สิ!” เด็กตอบ
 

“การปกครองแผ่นดิน ก็เหมือนการเลี้ยงม้า เพียงแต่ขจัดสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อธรรมชาติของม้าออกไป

จักรพรรดิเหลืองอึ้ง ทรงฉงนเด็กเลี้ยงแพะเป็นใคร แต่ก็ทรงลงจากหลังม้าคุกเข่าคารวะ

“ขอบคุณ ท่านคือปรมาจารย์แห่งฟ้า”

หลักการปกครองแผ่นดิน ในยุคนิทานปรัมปรา นอกจากไม่ซับซ้อนยอกย้อนอะไร ยังง่ายๆแค่นี้แหละครับ

มาถึงยุคขงจื๊อ ผมอ่านจากนิทานปรัชญาเต๋า อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก เขียนไว้

คราวหนึ่งจื๊อกุง (ศิษย์) ถาม (อาจารย์) ขงจื๊อว่า

“จะปกครองรัฐอย่างไร จึงจะดี”

“จงปกครองให้ประชาชนมีอาหารบริโภคอุดมสมบูรณ์ ให้ประเทศชาติมีกองทัพเข้มแข็ง และให้ประชาชนมีความเชื่อถือรัฐบาล”

ศิษย์ถามต่อ “ถ้าหากจำเป็นต้องตัดออกสักข้อหนึ่ง ควรตัดข้อไหน”

“ตัดกองทัพออก”

“ถ้าหากจำเป็นต้องตัดอีกหนึ่งข้อ” คำตอบจากอาจารย์ “ควรตัดอาหารออก”

ขงจื๊อมีเหตุผลอธิบาย “นับแต่โบราณกาลมาแล้ว มนุษย์เรามีความตายเป็นธรรมดาทุกคน แม้ประชาชนจะต้องอดอยากบ้าง แต่ก็ยังดีกว่ารัฐบาลอันประชาชนไม่นิยมนับถือ

ประเทศที่มีรัฐบาลที่ประชาชนไม่นิยมนับถือ จักตั้งมั่นอยู่ได้อย่างไร”

ศิษย์จื๊อกุงยังข้องใจ ซักต่ออีก “หมายความว่า รัฐบาลไม่มีคุณธรรม ประชาชนหมดศรัทธา ร้ายแรงยิ่งกว่าประชาชนอดอยากหรือ?”

“ถูกต้อง” ขงจื๊อตอบ “บัณฑิตย่อมเห็นคุณธรรม ยิ่งกว่าจะเห็นแก่ปากท้อง”

ขงจื๊อเป็นคนร่วมสมัยพระพุทธเจ้า คือราวสองพันห้าร้อยปีที่แล้ว การปกครองบ้านเมืองมีทางเลือกซับซ้อน แต่หากจะเปรียบกับบ้านเมืองสมัยปัจจุบัน ปัญหายิ่งซับซ้อนยอกย้อนกว่า

เลือกปิดเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้โควิด-19 แพร่กระจาย ผู้คนไม่มีช่องทางทำมาหากิน ไม่ช้าก็อดตาย

เลือกเปิดเมือง ให้ประชาชนได้ทำมาค้าขาย ก็เท่ากับเปิดช่องทางให้เชื้อโควิด-19 แพร่กระจาย จำนวนคนตาย วันสองวันนี้ วันละห้า–หกสิบเข้าไปแล้ว

ไม่เลือกสักทางก็ไม่ได้

เลือกทั้งสองทาง อย่างที่ทำอยู่ ก็สุ่มเสี่ยง หวยคือหายนะจะออกข้างไหนมากกว่า

ทางเลือกที่ว่าของโลกสมัยใหม่ ดูจะยังไกลจากหลักปกครองแผ่นดินสำคัญสมัยขงจื๊อ คือยังไม่เกี่ยวกับทางเลือก...ทำรัฐบาลที่มีคุณธรรม

ตอนนี้ดูเหมือนว่าคุณธรรมจะมากน้อยแค่ไหน ผู้คนจะไม่สนใจ เท่าการกลัวตาย

ตายเพราะตกงาน ไม่มีจะกิน หรือจะตายเพราะติดเชื้อโควิด-19 แล้วไม่มีหมอไม่มียาพอรักษา

สถานการณ์นี้หนักหนา น่ากลัวกว่าโจรเหิมเกริมครองเมือง.

กิเลน ประลองเชิง

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    3

5 ความเห็น

 
ICT

https://www.thairath.co.th/news/politic/2131960

เจริญพร

 

5 ก.ค. 2564 05:01 น.

ความจริงย่อมเป็นความจริง ความจริงล่าสุด ที่เปิดพลัวะออกมา คือวัคซีนแอสตราเซเนกา ที่ผลิตจากโรงงานในเมืองไทยเอง กำลังโดนฝรั่งเบี้ยวส่งมอบวัคซีนไม่ครบตามข้อตกลง ไม่ใช่เบี้ยวนิดๆหน่อยๆ แต่มันเบี้ยวไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์!!

นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ แถลงว่าได้รับแจ้งจากบริษัทแอสตราเซเนกาว่า เดือนนี้ (กรกฎาคม) และเดือนหน้า (สิงหาคม) บริษัทจะทยอยส่งมอบวัคซีนให้รัฐบาลไทยเพียง 5 ล้านโดส

พูดง่ายๆขอหักหัวคิววัคซีน เหลือครึ่งเดียว

นพ.นคร ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เปิดเผยว่า โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ ประเทศไทย สามารถผลิตวัคซีนแอสตราฯได้ 180 ล้านโดสต่อปี

หรือ 15 ล้านโดสต่อเดือน!!

แต่บริษัทแม่ต้องการจัดสรรวัคซีนให้ประเทศอื่นๆอย่างเท่าเทียม

จึงขอส่งมอบวัคซีนให้รัฐบาลไทยได้เพียงเดือนละ 5 ล้านโดส เฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม

 

ส่วนวัคซีนแอสตราฯที่ผลิตจากโรงงานในไทยอีกเดือนละ 10 ล้านโดส จะขนส่ง (ข้ามหัวคนไทย) ไปให้ประเทศอื่นที่ต้องการวัคซีนเช่นกัน

โอ้มายก๊อด เราโดนฝรั่งเล่นกลซะแล้วลุง??

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่บริษัทแอสตราเซเนกาหักโควตาวัคซีนไปถึง 10 ล้านโดสในช่วง 2 เดือนจากนี้ไป

จะส่งผลกระทบต่อแผนเปิดประเทศไทยใน 120 วันของ “นายกฯลุงตู่” อย่างจังเบอร์!!

เพราะจะไม่มีวัคซีนเพียงพอ ฉีดเข็มแรกให้ครบ 50 ล้านโดส ในเวลาที่เหลืออีกเพียง 100 วัน ก่อนเส้นตายวันเปิดประเทศ กลางเดือนตุลาคม!!

ข้อสำคัญ การที่วัคซีนแอสตราฯหายไป 10 ล้านโดสในช่วง 2 เดือนจากนี้ไป ทำให้คนไทยต้องหมดโอกาสได้รับวัคซีนไปถึง 10 ล้านคน

นี่คือเรื่องใหญ่นะจ๊ะลุง

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าคำถามคาใจคนไทยคือ บริษัทแอสตราเซเนกา หักดิบส่งวัคซีนให้รัฐบาลไทยน้อยกว่าที่ตกลงกันไว้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์

เท่ากับบริษัทไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่เซ็นไว้กับรัฐบาลไทย

รัฐบาลไทยในฐานะผู้เสียหาย ย่อมมีสิทธิ์เรียกร้องค่าชดเชยได้ตามกติกา

แต่ “แม่ลูกจันทร์” เพิ่งจะรู้ ความจริงอันปวดไข่ดันว่าในสัญญาจัดซื้อวัคซีนที่รัฐบาลไทยเซ็นไว้กับบริษัทแอสตราเซเนกา ไม่ได้ระบุจำนวนส่งมอบวัคซีนแต่ละเดือนในสัญญาอย่างชัดเจน

ดังนั้น แม้บริษัทแอสตราฯส่งมอบวัคซีนไม่ครบตามข้อตกลง

รัฐบาลไทยก็ไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้แม้แต่สลึงเดียว!!

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่านี่คือสัญญาจัดซื้อวัคซีนที่ฝ่ายผู้ซื้อคือรัฐบาลไทยเสียเปรียบฝ่ายผู้ขาย คือบริษัทแอสตราเซเนกาทุกประตู

เฮ้อ...เหนื่อยใจจริงๆ พับผ่าเถอะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

 

 

 

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    6
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    4
 
ICT

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    5
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    6
 
3 ส

ไอ้เหัตู่

โกรธแล้ว

  • รัก
    3
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    5
 
ICT

อาจเป็นรูปภาพของ หนึ่งคนขึ้นไป และข้อความ

 

วันนี้เราเผชิญวิกฤตโควิด เลวร้ายมาก แต่เรารู้หรือไม่ว่าวิกฤตนั้นมันมีอิทธิฤทธิ์ บังคับให้สังคมเปลี่ยนแปลงได้ จึงเป็นโอกาสที่จะทำสิ่งใหม่ๆ และ เราก็คงจำได้ว่าวิกฤตต้มยำกุ้งมีความเลวร้ายอย่างไร แต่จากวิกฤตต้มยำกุ้งเราได้ระบบสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งในสถานการณ์ปกติไม่มีทางจะเกิดขึ้นได้เลย
.
วิกฤตขนาดนั้นทำให้รัฐบาลได้รับแรงจากประชาชน และเผอิญเราโชคดีที่มีรัฐบาลฉลาด ยอมตัดสินใจที่จะเอาระบบสวัสดิการถ้วนหน้าขึ้นมา และประชาชนเองก็สร้างกระบวนการผลักดันจนได้ผล คือไม่ใช่ว่าประชาชนก็งอมืองอเท้า แล้วเวลานี้เราเห็นอะไรระบบสวัสดิการเรื่องของสุขภาพของประเทศไทยมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก วิกฤตโควิดก็เช่นกัน
.
เราจะพบว่ารัฐบาลที่ฉลาดจะต้องมีความสามารถในการที่จะบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ และสามารถที่จะดึงส่วนหนึ่งของรายได้ที่ได้เอามาใช้จ่าย ย้อนกลับไปสู่ประชาชน ทำให้เขาเจริญรุ่งเรือง มีฐานะดี เพื่อที่จะมาจ่ายเงินภาษี เพื่อให้คนรุ่นต่อไปเจริญต่อไป นี่คือหลักการ ดังนั้น ประเทศที่มีสวัสดิการที่ดี จึงล้วนแต่ใช้เงินจากภาษีทั้งสิ้น
.
อ่าน "โควิดเป็นโอกาสให้ปรับสู่สวัสดิการถ้วนหน้า: ความเป็นไปได้ของการสร้างรัฐสวัสดิการผ่านการจัดเก็บภาษีมรดก ภาษีที่ดิน และการสร้างระบบกองทุนบำนาญแห่งชาติ จากกรณีศึกษาประเทศต่างๆ" โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร ได้ที่ https://pridi.or.th/th/content/2021/07/754
  • รัก
    4
  • ฮ่าฮ่า
    4
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    4
 
ICT
 
 
ยุคยิ่งลักษณ์
ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้หมอ_พยาบาลเลยกลับออกมาไล่ ตอนนี้ไอ้ตู่ใช้สู้กับโควิทแต่ไม่มีวัคซีนให้กลับเงียบ
  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    4
  • เศร้า
    5