ไม่ต้องมีเลย ดีที่สุด

ไม่ต้องมีเลย ดีที่สุด

 

ปิดสวิตช์-ไม่พอ!

ปิดสวิตช์คงไม่พอ ต้องถอดปลั๊กด้วย อย่าให้ ส.ว. ลากตั้งได้ผุดได้เกิดอีกเลย

พฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 11.00 น.

ส.ว. 250 คน มาจาก กก. ที่ตั้งโดย คสช. เลือกตามที่ คสช.สั่ง อัปยศถึงขนาด กก. เลือกตัวเองเข้าไปเป็น ส.ว. ด้วย หน้าตา ส.ว.ลากตั้งจึงมีแต่คนเก่า ๆ หลายคนลากตั้ง อยู่ยาว 13-14 ปี เพราะมีผลงานเข้าตาเผด็จการ ส.ว. เลือกนายกฯ ได้ 2 สมัยตาม รธน. ลับลวงพราง

ค่ายกล รธน. ปี 60 ทำให้การแก้ไข รธน. ต้องมี ส.ว. ลากตั้ง 84 เสียงหนุน แค่นี้ก็รู้แล้วว่า หมดหวัง แม้ประชาชนเป็นแสนร่วมลงชื่อเสนอแก้ไข รธน. แต่ก็ถูก ส.ส. ซีก รบ. กับ ส.ว. ลากตั้ง เขี่ยทิ้งไม่ไยดี ทั้งที่ความใฝ่ฝันของประชาชนคือ ให้เลือก ส.ส.ร. 200 คนขึ้นมาจัดทำ รธน. ใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยแบบอารยประเทศ ซึ่งไม่ง่ายเลย เพราะศาล รธน. วินิจฉัยแล้วว่า หากจะแก้ทั้งฉบับต้องไปถามประชาชน และก่อนประกาศใช้ต้องทำอีกรอบ เท่ากับทำประชามติ 2 รอบ แค่นี้ก็จบข่าว

รธน.ฉบับที่แก้โคตรยาก ทำให้เปิดสภาเที่ยวนี้ หลัง ก.ม. ประชามติผ่าน ทั้งฝ่ายค้านและ รบ. จะเสนอร่างแก้ไข รธน. รายมาตรา รวมทั้งหมด 14 ฉบับ ของ พปชร. 1 ฉบับ พรรคร่วม รบ.7 ฉบับ ฝ่ายค้าน 6 ฉบับ แต่ละฉบับก็มีทั้งส่วนที่เหมือนและต่าง

อย่างที่เป็นข่าว ภาพรวมร่างแก้ไข รธน. ฝ่ายค้าน โดยสรุปมี 4 ประเด็นใหญ่ คือ 1.แก้ ม.272 ปิดสวิตช์ ส.ว. (ปชป.เอาด้วย) 2. แก้ ม.256 ให้มี ส.ส.ร.มาร่าง รธน. ใหม่ (ก้าวไกล ให้แก้ทุกหมวด เพื่อไทยห้ามแตะหมวด 1 และหมวด 2 ก้าวไกลจึงเสนอร่างของตัวเอง) 3.ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ 4.แก้ระบบเลือกตั้งใหม่ โดย เพื่อไทย กับ พปชร.เห็นพ้องให้กลับไปใช้แบบบัตร 2 ใบ ตาม รธน. ปี 2540 เลือก ส.ส. เขต 400 คน และปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน โดยทั้ง 2 พรรคนี้คิดว่า ตัวเองจะได้เปรียบจากระบบนี้ ทักษิณ โทนี่ วู้ดซัม ก็พูดในคลับเฮาส์ว่า เพื่อไทยเชี่ยวชาญระบบเลือกตั้งแบบนี้

ขณะที่เลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา พปชร.ชนะหมด สะท้อนถึงสนามใหญ่ว่า จะได้ ส.ส.เขตมากขึ้นแน่ เพราะทำโครงการประชานิยมลดแลกแจกเงินหาเสียงล่วงหน้าผ่านสารพัดโครงการมานานมาก จนประชาชนเสพติดไปหมดแล้ว

สำหรับอนาคตใหม่ (ก้าวไกล) ต้องยอมรับว่าได้เกิดเต็ม ๆ จากระบบเลือกตั้งตาม รธน. ปี 60 ได้ ส.ส. เกือบ 90 คน สร้างความตื่นตะลึงให้ฝ่ายกุมอำนาจรัฐ จนต้องตื่นมายุบพรรคนี้และทุบให้แหลกจนเหลือ ส.ส. ไม่ถึง 50 คน ก้าวไกลจึงเสนอให้ใช้แบบเยอรมัน มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่เป็นระบบแบ่งสรรปันส่วนแบบปี 60 นัยว่า เพื่อให้ทุกคะแนนไม่ตกน้ำ ซึ่งก็ไม่น่าผ่านอยู่ดี

เพราะเอาเข้าจริง ที่จะแก้ รธน.เที่ยวนี้ ก็คงได้แค่แก้กติกาการเลือกตั้ง โดยใช้บัตร 2 ใบแบบ รธน. ปี40 ตามที่ ส.ว.ลากตั้ง นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ บอกว่า เสียง ส.ว.ตกผลึกที่จะให้ผ่านร่างแก้ไข รธน. ของ พปชร.ที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เสนอเท่านั้น

ตามมา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ลากตั้งหลายสมัย ที่บอกว่า การตัดอำนาจ ส.ว. ที่จะเลือกนายกฯ เป็นการลุแก่อำนาจ ขอเตือนสติว่า ใครที่ทำเก่ง ทำกล้า เสนอแก้ รธน. จะไม่ผ่าน เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาประเทศ แต่เป็นการหาเสียงมุ่งแสดงอำนาจบาตรใหญ่ของตัวเอง เห็นยัง ส.ว.ลากตั้งเป็นของใคร ทำเพื่อใคร?!?

ทีในสภาขนาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถามโต้ง ๆ ว่า มีใครไม่เห็นด้วยกับผมมั้ย (พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน) ยกมือขึ้น ปรากฏเงียบเป็นเป่าสาก แม้แต่ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร ที่ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภา ส่งกระดาษไปบอกว่า ขอให้ชี้แจงด้วย ยังไม่วายโดนสวนกลับว่า ไม่ชี้แจง ชี้แจงมาหลายรอบแล้ว พอแล้ว เอาสิ

ใครใหญ่ก็เห็นกันวันนั้น

กลับมาที่นายเสรี เห็นด้วยเลยว่า การปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่ใช่การแก้ปัญหาประเทศ เพราะที่จริงแล้ว ต้องอย่าให้ ส.ว. ลากตั้งได้ผุดได้เกิดอีกเลย ต้องถอดปลั๊กกันอย่างเดียวเท่านั้น จะใช้เงินปีละ 600 ล้าน 4 ปี 2,400 ล้าน และหากอยู่อีกสมัย 4 ปี ต้องเสียอีก 2,400 ล้าน รวมเป็น 4,800 ล้าน เพื่อสนับสนุนคนที่ไม่เคยเห็นประชาชนอยู่ในสายตาไปทำไม

ส.ว.นพ.เจตน์ ศิรธนานนท์ ก็ออกมาบอก รบ. ว่า ให้ชะลอการสั่งซื้อวัคซีน เพราะกลัวจะมีมากเกิน ไม่แปลกที่ทัวร์ลงหนักมาก ตัวเองคงฉีดครบ 2 เข็มหมดแล้วสินะ ขณะที่ประชาชนเดินดินเข็มแรกยังถูกเทแล้วเทอีก ถามหน่อย ใช้อะไรคิด เห็นใจประชาชนเจ้าของประเทศบ้างมั้ย ที่ต้องอยู่กับความหวาดกลัวภัยโควิดทุกเมื่อเชื่อวัน

อยากกำจัดจุดอ่อนประชาธิปไตย ขอชักชวนให้ร่วมกำจัด ส.ว.ลากตั้ง ไม่ต้องมีเลยดีที่สุด 

 

----------------------

ดาวประกายพรึก

... อ่านต่อที่ : https://dailynews.co.th/article/851721

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    3

4 ความเห็น

 
ICT

“แมวหลบหลังราชสีห์”.. ใช้บารมีคนอื่น “ประยุทธ์”ได้อะไร

“แมวหลบหลังราชสีห์”.. ใช้บารมีคนอื่น “ประยุทธ์”ได้อะไร - สำนักข่าว บางกอก ทูเดย์ (bangkok-today.com)

 “แมวหลบหลังราชสีห์”.. ใช้บารมีคนอื่น “ประยุทธ์”ได้อะไร

“ประชาชนไม่เอา”

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ เหลือแค่ “กองทัพ-งูเห่า”

เมื่อ “เพนกวิน-ไผ่-รุ้ง-ไมค์” มาอย่างสันติวิธี ลงถนนกันด้วยมือเปล่า.. “จตุพร-วีระ” มาอย่างสงบ สมทบกับเสื้อต่างสี ของ “ทนายนกเขา” มือกฎหมายสายกะทิ…

กลยุทธ์ส่งคนตัวเองแปลกปลอม เพื่อเข้ามา “สร้างสถานการณ์” ให้เกิดความรุนแรง แล้ว “ลงมือปราบ” ไม่ง่ายเหมือนเก่าแล้วล่ะครับ ที่จะ “กินโต๊ะข้างเดียว” เหมือนที่ “คณะราษฎร” ของ “นิสิต-นักศึกษา” ถูกไล่ต้อน

 

แผน “จารชน”..ใช้บ่อยหลายหน ไร้ผล-แน่นอน

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“เอามือปฏิวัติคืนไป”

“เอาประชาธิปไตยคืนมา”

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ วันนี้ ไม่มีราคา

ไม่เหลือซาก ทิ้งผลงานอันเลวร้าย จมธรณี เศรษฐกิจร่วง ประชาชนทั้งปวงตกงานกันเป็นแถบ.. “โควิด” ตายวายป่วงชีวิตดับร่วง ๕๑ ศพ สูงสุดเท่าที่เกิดขึ้น..แต่ “พล.อ.ประยุทธ์” เหมือนหัวตอ ไม่ออกมารับผิดชอบครั้งนี้

ผู้นำเช่นนี้ไม่เคยพบ..ใหญ่บนซากศพ ของประชาชนน่าเศร้า-เต็มที

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ถ้าเลือดข้น

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ อย่าทิ้งทำเนียบฯ หนีการขับไล่ของ-ประชาชน

เพราะเคย “ปากกล้า” ฉะนั้น “ขาอย่าได้สั่น” ..ด้วยการเป็น “ขอมดำดิน” ทิ้งทำเนียบฯ เข้าไปเก็บตัวอยู่ในวอร์รูม ห้องใช้วางแผน สั่งการ และควบคุมอำนาจ

“ประชาชน” มาถึงศูนย์สั่งการของประเทศไทย “พล.อ.ประยุทธ์” ที่ลั่นคำไว้ ว่า “ยิ่งไล่ก็ยิ่งสู้”..เมื่อสู้ต้องเผชิญหน้า อย่าทำตัวเป็น “แมวหลบอยู่หลังราชสีห์”

ทุกคนมามือเปล่า..ก้าวขาออกมาเผชิญหน้า –เขาเสียสิ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

เป็นทองแผ่นเดียวกัน

สุขสำราญ เบิกบาน อยู่ใน “ชุดอำนาจ” เป็นเนื้อเดียว ทุกคนต่างเห็น-อยู่นะท่าน

ใครจะไปเชื่อ จะเกิดรายการ “ลิงหลอกเจ้า” กันกลางเมืองขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“สส.พรรคพลังประชารัฐ” จะกัด ไล่ฟัด “สว.ลากตั้ง” ซึ่งเป็น “พรรคสายตรง” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ ด้วยการไล่ให้พ้นสภาฯ..ตลอดที่ผ่านมา “พลังประชารัฐ” กับ “สว.ลากตั้ง” แนบแน่นจนแกะไม่ออก

เสพสมกันทุกวันคืน..แหกตาด้วยแผนตื้นๆ อย่าได้-มาหลอก

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

“อยากได้อำนาจ”

มาเส้นทางประชาธิปไตย หนทางแห่งชาติ

“พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม” สว.ลากตั้ง ผู้เป็นน้องศรีธนญชัยลอดชัย “วิษณุ เครืองาม” ขวางกลางรันเวย์ ไม่ยอมให้มีการ “ปิดสวิชต์สว.ในการโหวตเลือกนายกฯ” ท้าให้ทำประชามติ

ขั้นตอนการทำ “ประชามติ” ยังทำไม่ได้ทันที..กว่าจะทำกัน “สว.ชุดนี้” อาจมีอำนาจ “โหวตนายกฯ” ได้ “พล.อ.ประยุทธ์” มาอีกหลายที..กว่าจะหมดสมัย ๕ ปีที่กินภาษีชาวบ้าน แค่มีอำนาจโหวตนายกฯเท่านั้นเอง

กินภาษีเดือน ๒ แสน ๕..จากหยาดเหงื่อหยดน้ำตา -ทำมาเก่ง

“กะพรุนไฟ”

 

๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔

  • รัก
    5
  • ฮ่าฮ่า
    4
  • ว้าว
    2
  • เศร้า
    3
 
ICT

เล่าจื๊อสอนขงจื๊อ

เล่าจื๊อสอนขงจื๊อ (thairath.co.th)

 

24 มิ.ย. 2564 05:01 น.

 
 
 
เรื่องราวของเล่าจื๊อ มีคนรู้จักน้อย เล่ากันว่าเขาเบื่อการเมือง เขียน “เต๋าเต็กเก็ง” ให้นายด่านไว้ แล้วขี่ควายหายเข้าไปในป่า
 
ขณะ “ขงจื๊อ” วนเวียนเผยแพร่วิชาจริยธรรม และการเมือง มีลูกศิษย์ลูกหาดังๆหลายคน มีคนรู้จักมากกว่า
 

เรื่องที่ “ขงจื๊อ”เคยไปเยี่ยมคารวะเล่าจื๊อ ครั้งหนึ่งนั้นปรากฏในจดหมายเหตุประวัติศาสตร์สื่อจี้ (งำประกาย กโลบายไร้ผู้ต่อต้าน เห่ง อู๋อั้ง เขียน อธิคม สวัสดิญาณ แปล สำนักพิมพ์เต๋าประยุกต์ พ.ศ.2553)

เล่ากันว่าขงจื๊อขอคำแนะนำเรื่องขนบจารีต เล่าจื๊อรับรู้ถึงภูมิปัญญาของขงจื๊อ จึงเตือนว่า “คนฉลาดและช่างสังเกต มักประสบภัยโดยไม่รู้ตัว”

เหตุเพราะพวกคนฉลาด มักวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นตามใจชอบ เช่นเดียวกับคนชอบโต้แย้ง และมีความรู้ลึกกว้างไกล ก็มักประสบชะตากรรมเดียวกัน

ตามธรรมชาติของคนฉลาด พวกเขามักเผยจุดอ่อนและข้อบกพร่องของผู้อื่น ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา

เล่าจื๊อจงใจเตือนขงจื๊อจริงจังต่อไปอีกว่า ด้วยเหตุนี้ คนฉลาดจึงควรรู้จักควบคุมตนเอง อย่าแสดงตัวเป็นผู้รู้อยู่เหนือผู้อื่นไปเสียทุกเรื่อง

หากจำเป็น ควรใช้ท่าทีนอบน้อม สุขุม ระวัง และท่าทีนี้ ต้องใช้ให้มากในการดำรงตนในสังคม

“วิญญูชนทรงบารมี รูปโฉมดังหนึ่งคนโง่”คำพูดประโยคนี้ เล่าจื๊อเคยสอนผู้อื่น ศิษย์เล่าจื๊อที่เอาคำสอนประโยคนี้ มาอภิปรายขยายความต่อว่าคนที่มีวิชาความรู้อย่างแท้จริงนั้น ดูผิวเผินคล้ายคนธรรมดาที่เงอะงะโง่เขลา

ยังมีคำสอนเล่าจื๊อในเต๋าเต็กเก็ง ที่ตั้งใจสอนชาวโลกทุกคน ไม่แสดงตัวจึงโดดเด่น ไม่หลงตัวจึงเป็นที่ยอมรับ ไม่โอ้อวด จึงมีความชอบ ไม่เย่อหยิ่ง จึงก้าวหน้า

ในทางตรงข้าม เขย่งกลับล้ม วิ่งกลับ (เดินทาง) ไม่ถึง แสดงตัว กลับอับหมอง หลงตัว กลับถูกปฏิเสธ โอ่อวดกลับไร้ความชอบ เย่อหยิ่งกลับถดถอย

คำสอนของเล่าจื๊อเหลานี้ จวงจื๊อ ศิษย์เล่าจื๊อ ที่ถูกนับเป็นศาสดาอีกคน นำมาถ่ายทอดต่อ (ยิ่งใหญ่) อย่าข่มเหงผู้อื่น ควรระวังคำพูด และการกระทำของตัวเอง ต้อนรับขับสู้ผู้อื่น ด้วยท่าทีนอบน้อมถ่อมตนเสมอ

จวงจื๊อผู้นี้แหละครับ ที่เล่าเรื่องขงจื๊อเสนอตัวขึ้นไปชุมโจรของ“มหาโจรจื๊อ”ชักชวนให้เปลี่ยนชุมโจรใหญ่ เป็นมหานคร ด้วยการยอมรับจากเจ้าแคว้นข้างเคียง

แต่ถูกมหาโจรจื๊อตวาด “ทำไมคนอย่างข้า จะไม่รู้ว่าลาภยศชื่อเสียงเหมือนเมฆหมอกที่ลอยผ่านหน้า” แล้วไล่ขงจื๊อลงจากเขา จวงจื๊อคนเดียวกันนี้นี่แหละ ที่ตัวเองก็เคยถูกชวนไปเป็นมหาเสนาบดีแคว้นใหญ่

เขาชี้ให้คนชวนดูเต่าที่วิ่งเล่นสบายๆในลำธาร แล้วบอกว่า เขาอยากเป็นเต่าตัวเป็นๆในป่าเขา ไม่อยากเป็นเต่า (ตายแล้ว) สองพันปีที่อยู่บนแท่นบูชาในเมือง แล้วก็ปฏิเสธ ไม่รับตำแหน่งผู้นำ

ผมตั้งใจเล่าเรื่องจีนโบราณทำนองนี้ซ้ำ เผื่อผู้นำที่หลงยึดกับเก้าอี้ เห็นตัวอย่าง จะเตรียมทำใจ เพราะเริ่มเชื่อคำพูดมหาโจรจื๊อ ที่ว่าลาภยศชื่อเสียง เป็นแค่เมฆหมอกที่ลอยผ่านหน้า

ผมเพิ่งได้ข่าว เค้าหน้าผู้นำสำรอง ที่ถูกเตรียมเอาไว้ เมื่อหมากการเมืองกระดานนี้พลิกผันจนรับมือไม่ไหวเอาจริงๆ.

 

กิเลน ประลองเชิง

 
  • รัก
    4
  • ฮ่าฮ่า
    6
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    6
 
ICT
ของดีต้องรอนาน
 

24 มิ.ย. 2564 05:06

ช้างตั้งท้องนาน 22 เดือน แรดตั้งท้องนาน 15 เดือน แต่ร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติฉบับใหม่ ตั้งท้องนานถึง 24 เดือน
 

สาเหตุที่ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ตั้งท้อง นานถึง 2 ปี จึงคลอดออกมาเป็นตัว เพราะถ้า พ.ร.บ.ประชามติ ยังไม่คลอด การลงประชามติคืนอำนาจประชาชนเลือกตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังเริ่มต้นนับหนึ่งไม่ได้

 
เพราะติดไฟแดงศาลรัฐธรรมนูญ!! แต่ในที่สุด...(หลังจากรอจนเหนียงยาน) ร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติฉบับใหม่ ก็ผ่านความเห็นชอบวาระ 3 จากที่ประชุมรัฐสภา เมื่อบ่ายวานซืน เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้ภายใน 90 วัน
 

คาดว่า พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติฉบับใหม่ จะมีผลบังคับใช้กลางเดือนตุลาคม หรือต้นเดือนพฤศจิกายน

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติฉบับใหม่ ดีกว่า ก.ม.ประชามติฉบับเดิมหลายประเด็น

เพราะ ก.ม.ฉบับเดิม กำหนดให้รัฐบาลมีอำนาจจัดออกเสียงประชามติได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ ก.ม.ฉบับใหม่ แตกกอต่อก้านให้อำนาจรัฐสภามีมติแจ้งให้ ครม.จัดออกเสียงประชามติในประเด็นที่มีเหตุผลสมควร

ยิ่งกว่านั้น ยังให้อำนาจประชาชนเข้าชื่อกัน 5 หมื่นคน เสนอให้ ครม.จัดลงประชามติในประเด็นที่มีความสำคัญ และควรต้องจัดลงประชามติให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจน

การเพิ่มอำนาจให้ประชาชน 5 หมื่นคน เข้าชื่อกันเสนอ ครม.ให้จัดออกเสียงประชามติ ถือเป็นชัยชนะก้าวแรกของฝ่ายประชาธิปไตย

“แม่ลูกจันทร์” ยกให้เป็นผลงานชิ้นโบแดงของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจากพรรคฝ่ายค้าน ที่ใช้แผนตีไก่ง่วง เสนอให้ประชาชน 5 หมื่นคน สามารถ เสนอ ครม.จัดให้ลงประชามติเพิ่มอีกทาง

ทำให้คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากฝ่ายรัฐบาลตั้งหลักค้านไม่ทัน จึงต้องปล่อยเลยตามเลย

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่ เปิดช่องให้ทำประชามติได้ถึง 5 ประตู

1,ลงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

2,ลงประชามติในประเด็นที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ

3,ลงประชามติในเรื่องที่กฎหมายบังคับให้ต้องทำ

4,ลงประชามติในประเด็นที่รัฐสภาเห็นสมควร

5,ลงประชามติเมื่อประชาชนเข้าชื่อกัน 5 หมื่นคน

โดยกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ต้องเป็นคนไทยอายุตั้งแต่ 18 ปี และมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตนั้นไม่น้อยกว่า 90 วัน

ผลการลงประชามติใช้เสียงข้างมากของผู้ไปลงประชามติรวมกัน และการทำประชามติจะสมบูรณ์ ต้องมีผู้ใช้สิทธิลงประชามติเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งประเทศ (48 ล้านคน)

ข้อดีอย่างสำคัญ ใน พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่คือ เปิดโอกาสให้ประชาชน หรือพรรคการเมือง หรือองค์กร เอกชนอื่นๆ

จัดกิจกรรมรณรงค์ได้อย่างเสรี ไม่ปิดกั้นเหมือนการลงมติรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจ คสช. ตอนนั้นใครออกมาเดินสายคัดค้านรัฐธรรมนูญ ถูกจับกุมดำเนินคดี

ปรากฏว่ามีคนโดนจับเพราะค้านรัฐธรรมนูญถึง 160 คน!! เป็นการลงประชามติที่เซ็งกระโบ๋เด๋ที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

เรื่องประหลาดพิลึกกึกกือแบบนี้ ในรอบ 80 ปี มีให้ดูครั้งเดียว!!

“แม่ลูกจันทร์”

ของดีต้องรอนาน (thairath.co.th)

  • รัก
    2
  • ฮ่าฮ่า
    2
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    3
 
3 ส

สว.สวะ

อ้วก

  • รัก
    4
  • ฮ่าฮ่า
    3
  • ว้าว
    3
  • เศร้า
    4